5 วิธีรักษาสิวหิน การป้องกันการเกิดสิวหิน เพื่อหน้าสวยใสปิ๊ง

5 วิธีรักษาสิวหิน การป้องกันการเกิดสิวหิน เพื่อหน้าสวยใสปิ๊ง

5 วิธีรักษาสิวหิน และวิธีป้องกันการเกิดสิวหิน ใครคิดว่าสิวประเภทนี้รักษายากสุด ๆ บอกเลยว่าวิธีเหล่านี้ช่วยกำจัดให้สิ้นได้ไม่ยาก รับรองทำแล้วหน้าใสปิ๊ง

 

เคยส่องกระจกแล้วสังเกตเห็นตุ่มเม็ดสีขาว ๆ เหลือง ๆ ที่อยู่ตามใต้ตาหรือเปลือกตากันบ้างไหมคะ บอกเลยว่าเจ้าเม็ดเหล่านั้นน่ะคือ สิวหิน หรือ สิวข้าวสาร ที่เกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วกับไขมันที่อยู่บนใบหน้า จนเกิดเป็นลักษณะสิวหัวปิด หัวสิวจะมีสีขาวหรือเหลืองเป็นส่วนใหญ่ มักขึ้นบริเวณรอบดวงตา โหนกแก้ม และจมูก ไม่ว่าจะรักษายังไงก็ไม่หายขาดสักที บางทีหายแล้วก็ยังกลับมาอีกเรื่อย ๆ จนรู้สึกปวดใจ ทำให้สาว ๆ อยากจะหาวิธีรักษาสิวหินและวิธีป้องกันการเกิดสิวหินกันใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งขอบอกเลยว่าวิธีรักษาไม่ยากอย่างที่คิด แค่ใช้ 5 วิธีรักษาสิวหิน เด็ด ๆ ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากวันนี้ก็เอาอยู่ ควบคู่ไปกับการป้องกันการเกิดสิวหิน ไม่ให้กลับมาเกิดซ้ำขึ้นอีก จะมีวิธีใดบ้าง ไปดูกันค่ะ

 

รักษาด้วยเข็ม

          ลองหาที่กดสิวสักอันมาก่อน แล้วนำด้านเข็มกดลงไปที่สิวหิน จากนั้นใช้อีกฝั่งกดเน้น ๆ ให้หัวสิวด้านในดันออกมา แต่ถ้าหากไม่มั่นใจในฝีมือของตัวเอง หรือกลัวผิวบอบช้ำมาก ๆ ก็ให้ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อให้แพทย์ใช้วิธีนี้รักษาให้จะเซฟกว่าค่ะ

รักษาด้วยเลเซอร์

          สาว ๆ คนไหนมีงบมากและอยากหายกลับมาสวยใสเหมือนเดิม แนะนำให้ใช้วิธีเลเซอร์เลยค่ะ ถ้าหากกลัวเป็นแผลหลังทำ บอกเลยเดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมใหม่มากมายในการรักษา ที่อาจจะทำให้มีรอยน้อยลง ยังไงก็ลองไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนจะแน่นอนที่สุดค่ะ

รักษาด้วยครีมที่ผสมเรตินอยด์

          ถ้าไม่อยากเจ็บตัวด้วยการใช้เข็มละก็ ลองหาครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์มาแต้มลงบนสิวหินสิ หากใช้เป็นประจำพวกหัวสิวที่อุดตันอยู่ด้านในก็จะออกมาเอง แต่วิธีนี้ต้องอาศัยความอดทนเพราะต้องใช้เวลาพอสมควร และควรระวังอย่าใช้ตรงบริเวณรอบดวงตาด้วย

รักษาด้วยปูนแดง

          แนะนำเลยว่านี่คือวิธีรักษาสิวหินแบบบ้าน ๆ ที่ได้ผลดีชะงัด แค่นำปูนแดงมาผสมน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำมาแต้มไว้ตรงสิวหินวันละ 1-2 ครั้ง แล้วสิวหินจะแห้งพร้อมหลุดออกไปเองโดยไม่ต้องใช้แรงกดใด ๆ ให้เจ็บเลยล่ะ

รักษาด้วยการผลัดเซลล์ผิว

          ไม่ว่าจะทำการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีธรรมชาติหรือผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี ก็สามารถช่วยกำจัดสิวหินให้ออกไปได้ดีไม่แพ้กัน แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลาไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีละก็ อาจจะลองหาผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่หาซื้อได้ทั่วไปมาใช้เป็นประจำสม่ำเสมอก็ได้

 

 

วิธีป้องกันการเกิดสิวหิน

          สาเหตุที่ทำให้เกิด สิวหิน หรือ สิวเม็ดข้าวสาร ส่วนมากมักมาจากการใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ และการตกค้างของเครื่องสำอางบนใบหน้าเนื่องจากการล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด รวมไปถึงการตากแดดเป็นเวลานาจนผิวหนาและผลัดเซลล์ผิวได้ยากขึ้น ซึ่งการป้องกันการเกิดสิวหิน สามารถทำได้ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงอุดตันรูขุมขน

2. ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่ไม่มีสารระคายเคืองผิว เพื่อช่วยลดจำนวนสิวหินรอบดวงตา

3. ทาครีมกันแดดเนื้อบางเบาที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำหอมหรือสารระคายเคือง เพื่อลดการเกิดสิวหิน และการอุดตัน โดยแนะนำว่าควรเลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่ประกอบด้วยสาร Titanium dioxide หรือ Zinc oxide ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว

4. ลดการแต่งหน้าและใช้เครื่องสำอางให้น้อยลง อย่าแต่งหน้าหนามากจนเกินไป เพราะอาจเกิดการอุดตันได้

5. ทำความสะอาดใบหน้า เช็ดล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกให้หมดจดอยู่เสมอ

          การรักษาสิวหิน หรือสิวเม็ดข้าวสาร บางวิธีอาจเป็นวิธีที่สามารถรักษาได้เพียงชั่วคราว จากนั้นไม่นานสิวหินก็จะกลับมาขึ้นใหม่อีก ทางที่ดีสาว ๆ ควรป้องกันการเกิดสิวหินด้วยการดูแลผิวหน้าให้มากขึ้น หมั่นรักษาความสะอาดบนใบหน้า ไม่ให้หน้ามันและมีสิ่งตกค้าง รวมไปถึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องสำอางต่าง ๆ ที่เหมาะกับผิวและรบกวนผิวให้น้อยที่สุดค่ะ ^_^

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.kapook.com